วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Real Number

Real Number

From Wikipedia, the free encyclopedia
For the real numbers used in descriptive set theory, see Baire space (set theory). For the computing datatype, see Floating-point number.
A symbol of the set of real numbers(ℝ)
In mathematics, a real number is a value that represents a quantity along a continuous line. The real numbers include all the rational numbers, such as theinteger −5 and the fraction 4/3, and all the irrational numbers such as 2 (1.41421356…, the square root of two, an irrational algebraic number) and π(3.14159265…, a transcendental number). Real numbers can be thought of as points on an infinitely long line called the number line or real line, where the points corresponding to integers are equally spaced. Any real number can be determined by a possibly infinite decimal representation such as that of 8.632, where each consecutive digit is measured in units one tenth the size of the previous one. The real line can be thought of as a part of the complex plane, andcomplex numbers include real numbers.


These descriptions of the real numbers are not sufficiently rigorous by the modern standards of pure mathematics. The discovery of a suitably rigorous definition of the real numbers – indeed, the realization that a better definition was needed – was one of the most important developments of 19th century mathematics. The currently standard axiomatic definition is that real numbers form the unique Archimedean complete totally ordered field (R ; + ; · ; <), up to an isomorphism,[1] whereas popular constructive definitions of real numbers include declaring them as equivalence classes of Cauchy sequences of rational numbers, Dedekind cuts, or certain infinite "decimal representations", together with precise interpretations for the arithmetic operations and the order relation. These definitions are equivalent in the realm of classical mathematics.
The reals are uncountable; that is: while both the set of all natural numbers and the set of all real numbers are infinite sets, there can be no one-to-one function from the real numbers to the natural numbers: the cardinality of the set of all real numbers (denoted \mathfrak c and called cardinality of the continuum) is strictly greater than the cardinality of the set of all natural numbers (denoted \aleph_0). The statement that there is no subset of the reals with cardinality strictly greater than \aleph_0 and strictly smaller than \mathfrak c is known as the continuum hypothesis. It is known to be neither provable nor refutable using the axioms of Zermelo–Fraenkel set theory, the standard foundation of modern mathematics, provided ZF set theory is consistent.

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ไก่ชนไทยเหลืองหางขาว




ประวัติความเป็นมาไก่เหลืองหางขาว
ไก่เหลืองหางขาว คือ ไก่พื้นเมืองของไทยสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งพัฒนามาจากไก่บ้านพันธุ์กะตังอู หรือไก่อู มีมาพร้อมคนไทยโบราณ พบคนนำไก่มาชนกันในสมัยสุโขทัย เมื่อชาวบ้านว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ใครใคร่ทำอะไรก็ได้ ก็นำไก่มาเล่นชนไก่ จากชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา แพร่กระจายกันสู่หมู่ขุนนาง เจ้าขุน เจ้านาย และต่อมาได้พัฒนาเป็นกีฬาพระราชา เช่น ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าเสือ และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นต้น
ไก่เหลืองหางขาวที่นิยมเป็นพันธุ์แท้ดั้งเดิม ต้องเป็นไก่บ้านกร่าง บ้านหัวเทจังหวัดพิษณุโลกเพราะไก่พิษณุโลกเป็นไก่ในประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสมัยทรงพำนักอยู่ในประเทศพม่าได้ทรงนำไก่เหลืองหางขาวจากพิษณุโลก ซึ่งเป็นเมืองพระราชบิดาของพระองค์ไปชนกับไก่ของพระมหาอุปราชา

ไก่เหลืองหางขาว เป็นไก่ฉลาดปราดเปรียว อึด ทน เป็นไก่เชิงแปดกระบวนท่า ไก่เหลืองหางขาวจึงชนะไก่พม่ามาตลอด ครั้งหนึ่งไก่ไทยชนกับไก่พม่าหน้าพระที่นั่ง ไก่เหลืองหางขาวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตีไก่เหลืองโยดอกหมากหางดำของพระมหาอุปราชาคอหักล้มลงและแพ้ ทำให้พระมหาอุปราชทรงอับอาย กล่าวแก้ว่า ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ทรงกล่าวตอบโต้ด้วยความภาคภูมิว่า "ไก่เชลยตัวนี้อย่าว่าแต่จะตีอย่างกีฬาในวังเหมือนวันนี้เลย ตีพนันเอาบ้านเมืองกันก็ยังได้"
จากพระราชดำรัสที่ทรงกล่าวโดยไม่สะทกสะท้านและมั่นพระทัยในไก่เหลืองหางขาวของพระองค์ ทำให้พระมหาอุปราชาทรงเกรงกลัว หาหนทางกลั่นแกล้งและกำจัด เป็นผลทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าได้ ไก่เหลืองหางขาวจึงมีชื่อเสียงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ไก่เจ้าเลี้ยง” และ “ไก่พระนเรศวร” ซึ่งปัจจุบันชาวพิษณุโลกมีความภาคภูมิใจ และหวงแหนในสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์นี้มาก จึงมีการอนุรักษ์และพัฒนาไก่สายพันธุ์นี้มาโดยตลอด ในประเทศที่มีกีฬาชนไก่จะรู้จักไก่ไทยเหลืองหางขาวเป็นอย่างดี

แหล่งกำเนิด ไก่เหลืองหางขาว มีถิ่นกำเนิดแถวภาคเหนือของไทย บ้านหัวเท ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกเป็นแหล่งกำเนิดไก่พันธุ์เหลืองหางขาวพันธุ์ดีสายเลือดแท้ นอกจากนี้ยังเป็นที่นิยมเลี้ยงกันทั่วไป
ประเภท ไก่เหลืองหางขาว เป็นไก่ขนาดกลาง น้ำหนักตัว เพศผู้ 3.00 – 4.00 กิโลกรัม ตัวเมียหนัก 2.00 กิโลกรัม ขึ้นไป
สีของเปลือกไข่ สีขาวนวล
ลักษณะลูกไก่ หน้าอก ปีกไชนอกมีสีขาว ส่วนปาก และขา สีขาวอมเหลือง
ลักษณะเด่นประจำพันธุ์เพศผู้

  • รูปร่างลักษณะ ไก่เหลืองหางขาวมีรูปร่างสูงระหง คอยาวสง่างาม และปราดเปรียว ไหล่กว้าง คางรัด อกเป็นมัด กล้ามเนื้อรูปใบโพธิ์ ลำตัวยาวจับ 2 ท่อนบานหัวบานท้าย ไหล่หนาใหญ่ บั้นท้ายโต กระดูกใหญ่ ปั้นขาใหญ่ยาวแข็งแรง แข้งกลมกลึงประดุจลำหวาย หางยาวดกเป็นฟ่อนดูสวยงามยิ่งนัก
  • ตะเกียบ แข็งชิด หนาแข็งแรง ปลายโค้งเข้าหากัน
  • ใบหน้า แหลมเกลี้ยงเกลาและกลมกลึงแบบหน้าเหยี่ยวหรือหน้านกยูง
  • หาง หางพัดยาว สีดำ และเรียงเป็นระเบียบจากล่างขึ้นบน ข้างละประมาณ 7 เส้น เส้นหางพัดข้างละ 2 เส้นเป็นหางยาวเรียกว่า “หางรับ” หางกระรวยดกก้านหางแข็งยาวพุ่งตรงเป็นฟ่อน ปลายหางโค้งลงเล็กน้อยจรดพื้น หางกระรวยคู่กลางซึ่งเป็นหางเอกจะขาวปลอด หางกระรวยรองจะมีสีขาวปลายดำพุ่งตรงคู่กับกระรวยเอกเป็นฟ่อน กระเบนใหญ่ ขั้วหางชิด
  • ปาก ใหญ่ ปลายปากงองุ้มพองามแบบปากนกแก้ว มีร่องปากลึกทั้ง 2 ข้าง เรียกว่า ร่อน้ำหรือรางน้ำ สีปากขาวอมเหลืองไม่มีสีอื่นปะปน สีปากรับกับสีแข้ง เล็บและเดือย ปากล่าง กรามแข็งแรงรับกับปากบนพอดี
  • แข้งขา ปั้นขาใหญ่ ล่ำสัน ยาวแบบไม้กระบอง แข้งเล็กเรียวกลมแบบลำหวาย
  • จมูก เด่นชัด รูจมูกกว้าง สันจมูกเรียบสีเดียวกับปาก
  • เกล็ด เกล็ดนิ้ว เกล็ดแข้งสีขาวอมเหลืองสีเดียวกับปาก เกล็ดแข้ง เกล็ดนิ้วเรียบเป็นระเบียบ
  • ตา ขอบตาเป็นรูปวงรีแบบตาวัว ดวงตาสีเหลืองอ่อน มองเห็นเส้นเลือดแดงในตาชัดเจน ลูกตากลมมีประกายแจ่มใส ขอบคิ้วนูนเป็นเส้นขนานโค้งตามเบ้าตา ดูสวยงามมาก
  • นิ้ว ยาวกลมปลายเรียวแบบลำเทียน มีท้องปลิง มีปุ่มตรงข้อนิ้วทำให้ยืนได้ดี
  • หงอน เล็กเป็นหงอนหิน หน้าหงอนบาง กลางหงอนสูง ท้ายหงอนปิดกดรัดกระหม่อม ผิวหงอนบางเป็นกำมะหยี่ หงอนสีแดงสดใสไม่ล้ม ไม่พับ
  • เดือย เดือยตรง แกนใหญ่ ปลายโค้งงอนปัดไปตามก้อย เดือยสีขาวอมเหลือง รับกับสีแข้งและปาก ไก่เหลืองหางขาวเป็นไก่เดือยงาช้างปลายงอนแบบไปตามก้อยเป็นเดือยแทงปวดเจ็บลึก
  • หู ตุ้มหู รูหูกลม มีขนปิดรูสีเดียวกับสร้อย ตุ้มหูรัดตึงไม่หย่อนยาน สีแดง สดในไม่มีสีขาวปน
  • ขน ขนพื้นตัวสั้นแน่น บริเวณหน้าคอถึงหน้าอกจะมองเห็นหนังสีแดง ขนบริเวณใต้ปีก ใต้อกแน่น ขนช่วงท้องเป็นปุย ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลังและระย้าเป็นขนละเอียด ปลายแหลมเส้นเล็ก ก้านแข็ง เป็นแผงสีเหลืองสดใสดังกับสีทองคำ ขนสร้อยคอยาวประบ่าเรียก “สร้อยต่อ หรือ ประบ่า” ขนระย้ายาวประก้นขนสีเหลืองจะมี 3 เฉดสี คือ เหลืองแก่ เรียกเหลืองใหญ่ เหลืองกลางเรียกเหลืองรวกเหลืองอ่อนเรียกเหลืองดอกโสน ขนหางพัดมีสีดำ ขนกระรวยสีขาว
  • เหนียง เหนียงรัดกลมกลึงกับคาง ไม่หย่อนนาน สีแดงสดใสเหมืองสีหงอน กระปุกหางมีขนาดใหญ่
  • กระโหลก กะโหลกหัวอวบกลมกลึงยาว 2 ตอน ส่วนหน้าเล็กกว่าส่วนท้าย มีรอยไขหัวชัดเจนตามธรรมชาต
  • กระปุกน้ำมัน เ ป็นกระปุกเดียว
  • คอ คอใหญ่ยาวมั่นคงโค้งไปข้างเล็กน้อย กระดูกปล้องคอถี่ ชิด แน่นร่องคอกับไหล่ชิดกัน ขนคอขึ้นเป็นระเบียบ สร้อยคอยาวประบ่าต่อกับขนสร้อยหลังเล่นสร้อยอยู่ตลอดเวลา
  • กิริยาท่าทาง ไก่เหลืองหางขาวเป็นไก่สกุลสูง เรียกว่า พญาไก่ เวลาจะยืน เดิน วิ่ง ชน หรือ กระพือปีกและขัน จะแสดงอาการไม่เหมือนไก่พันธุ์อื่นๆ เช่น ยืนข้อขาตรง ตัวตรงปีก ปลายหางจรดพื้น ยืนเต็มเท้า สะพัดคอเล่นสร้อยท่าทางทะมัดทะแมงระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เวลาเดินจะย่างเท้าขึ้น แล้วกำนิ้วทั้งหมด เวลาเหยียบเท้าลงจะแบนิ้วทั้งหมด เดินอย่างทหาร เวลาวิ่งจะวิ่งด้วยปลายเท้า เวลาชนจะเขย่งยืนด้วยนิ้ว อุ้งไม่ติดพื้น ย่อขาโผตัวไปข้างหน้าเสมอ ชอบกระพือปีก และตีปีกแรง เสียงดัง ขันกระชากกระชั้น เสียงดังก้องกังวานกว่าไก่พันธุ์อื่นๆ ซึ่งทำให้ไก่อื่นๆ เกรงกลัว เวลาต่อสู้จะแสดงอาการสู้แบบไม่สะทกสะท้านหรือหวาดกลัว เป็นไก่เลี้ยงง่ายเชื่องแสนรู้ต่อเจ้าของ เป็นไก่มงคลตามตำราโบราณเรียก “ไก่พระเจ้าห้าพระองค์” ไก่เหลืองหางขาวพระเจ้าห้าพระองค์ หรือไก่เจ้าเลี้ยง ไก่พระนเรศวร ถือเป็นสุดยอดของไก่เหลืองหางขาว
  • ปีก ปีกยาวใหญ่ถึงก้น ปีกเป็นลอนเดียวไม่ห่าง ขนปีกเรียงเป็นระเบียบ ปีกท่อนในสีดำ ปีกท่อนนอกแซมขาวขนสร้อยปีกสีเหลืองเหมือนสร้อยหลังและสร้อยคอ เมื่อหุบปีกจะมองเห็นสีขาวแลบมาเล็กน้อย เมื่อกางปีกจะมีสีขาวช่วงไชปีกนอก
    ลักษณะเด่นประจำพันธุ์เพศเมีย
    ไก่เหลืองหางขาวตัวเมีย จะแตกต่างไปจากไก่ตัวเมียพันธุ์อื่น มีลักษณะเด่นประจำพันธุ์ที่สำคัญคือ ขนพื้นตัวเป็นสีดำตลอดหรือบางตัวอาจมีจุดกระขาวอยู่ 5 หย่อมหรือจุด คือ หัวหนึ่ง หัวปีกสอง ข้อขาอีกสองรวมเป็นห้าหย่อมเหมือนตัวผู้ ปาก แข้ง ปุ่มเดือย เล็บ เกล็ด เป็นสีขาวอมเหลืองตลอด แบบสีงาช้าง ปากมีร่องน้ำ 2 ข้าง ปลายปากงองุ้มเล็กน้อย ตาสีเหลืองอ่อนมีเส้นเลือดสีแดงในตาเห็นได้ชัดเจน ตามีประกายแจ่มใสแบบตัวผู้ ปีกในสีดำ ปีกบนนอกไชปีกแซมขาวเหมือนตัวผู้ ลักษณะอื่นๆจะเหมือนๆไก่เหลืองหางขาวตัวผู้
    ไก่เหลืองหางขาว มี 3 เฉดสี คือ 
    1. สีเหลืองแก่สดในดังสีทองคำ เรียกเหลืองใหญ่ เป็นพญาไก่ สุดยอดของไก่ทั้งหมดทั้งปวง
    2. สีเหลืองกลางดังสีทองทา เรียกเหลืองรวกหรือเหลืองเวก เป็นรองเหลืองใหญ่
    3. สีเหลืองอ่อนดังสีทองเปลว เรียกเหลืองดอกโสนหรือเหลือง เป็นรองจากเหลืองรวก
    สรุป
    ลักษณะเด่นประจำพันธุ์ของไก่เหลืองหางขาวตัวผู้ รูปร่างสูงระหง ตระหง่าน สง่างาม หน้าแหลมคางรัด หงอนเล็กเป็นหงอนหินกลมกลึง หน้าหงอนบาง กลางหงอนสูง ปลายหงอนกดกระหม่อม ตาสีเหลืองอ่อน หรือขาวซีด มีประกายแจ่มใส เรียกตาปลาหมอตาย ปากมีร่องน้ำ สีปาก แข้ง เกล็ด เล็บ เดือย สีขาวอมเหลืองดังสีงาช้าง รับกับตา ผิวหน้าราบเรียบแดงสดใส ขนพื้นตัวสีดำสนิท ขนปิดหู ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง และระย้าเป็นสีเหลืองสดใสสีเดียวกัน หางพัดยาวดำ หางกระรวยดำยาว มีสีขาว ปีกในสีดำ ปีกไชนอกแซมขาว ที่สำคัญมีหย่อมกระ 5 หย่อมที่หัว หัวปีก และข้อขา คนโบราณเรียกไก่พระเจ้าห้าพระองค์
    ไก่เหลืองหางขาวที่เป็นไก่งามตามตำราโบราณก็คือ “ไก่เหลืองหางขาวพระเจ้าห้าพระองค์” ซึ่งเป็นหนึ่งในไก่มงคลโบราณ 5 ประเภท คือ ไก่พระเจ้าห้าพระองค์ ไก่พญาหงส์ ไก่ทรงไตรภพ ไก่จบกระบวนยุทธ และไก่พูดรู้ภาษา ไก่เหลืองหางขาวพระเจ้าห้าพระองค์เป็นไก่พันธุ์แท้แต่โบราณ ปัจจุบันสายพันธุ์แท้ๆ ที่มีลักษณะประจำพันธุ์ครบ จะหายากมาก
  • ไก่ชนพม่า

    ไก่ชนพม่า
              ไก่ชนพม่าเป็นคู่แข่งไก่ไทยมาตั้งแต่ค้นพบประวัติสายพันธุ์  แต่ที่โจทขานกันเห็นจะเป็นตำนานพระนเรศวร  ไก่พม่าถือเป็นไม้เบื่อไม้เมาไก่ไทย  ในปัจจุบันไก่พม่าแซงทางโค้งไก่ไทยด้วยความแม่น แทงแบบระเบิดเถิดเทิง ขยับเป็นแทง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  แทงจัดอย่างเดียวไม่พอ  ต้องถามว่าแผลไหนด้วย  พม่าจึงมีช่องโหว่อยู่มากที่ไทยจะแซงกลับมาลบภาพปัจจุบันซึ่งไม่เลือกสีสรร  ละทิ้งชั้นเชิง  หันมาพิงเชือกเพียงอย่างเดียว

    ประวัติการนำเข้า "ไก่พม่าลูกนอก" แห่งแรกของจังหวัดแพร่
              จังหวัด แพร่เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมาของการนำเข้าไก่พม่าลูกนอก เมื่อย้อนอดีตกลับไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2534 หรือประมาณ18ปีที่แล้ว ในจังหวัดแพร่คงจะไม่มีใครที่จะไม่รู้ “กำนันหมู” ซึ่งท่านเป็นคนรุ่นแรกๆที่ได้นำเข้าไก่ชนสายพันธุ์พม่าลูกนอกเข้ามาเล่นในจังหวัดแพร ่
    “เมื่อ สมัยปี พ.ศ. 2534 ตนได้มีโอกาสไปค้าขายเสื้อ-ผ้าที่ภาคเหนือ ตรง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนหน้านั้นตนต้องเลิกเลี้ยงไก่ไปพักหนึ่งเพราะต้องทำมาหากินเป็นกิจจะ ลักษณะ และจากจุดนี้นี่เองที่เป็นเรื่องราวของไก่พม่าลูกนอกได้บังเกิดขึ้นกับตน เมื่อได้รู้จักกับพ่อค้าชาวไทยใหญ่คนหนึ่งซึ่งได้มอบไก่พม่าให้ ไก่พม่าตัวนี้มีสีขนออกโทนแดงนกกรด รูปร่างบอบบางตัวเล็ก (เรียกได้ว่า “ขี้เหร่”มาก) เมื่อนำเอาไก่ตัวนี้มาเลี้ยงตีที่ซุ้มของตัวเองยังหวัดแพร่ ไฟท์แรกออกชนที่สนามกีฬาชนไก่ของ “พ่อเลี้ยงเหมี่ยน” ปรากฏว่าได้รับชัยชนะอย่างสวยงามเป็นที่ฮือฮาของเซียนไก่เป็นอย่างมาก หลังจากนั้นตนก็ได้ติดต่อสั่งไก่พม่าจากชาวไทยใหญ่เป็นเวลาติดต่อกันหลาย ปี ไก่ตัวที่สร้างชื่อเสียงให้ตนในสมัยนั้น ยังเป็นไก่นำเข้าชื่อไอ้เต่า ไก่ตัวนี้เป็นไก่มีไอคิวดีมากเรียกได้ว่าสอนได้เรื่องมีอยู่ว่าไอ้เต่าเป็น ไก่ที่มีล ีลาหน้าโด่ๆเก่งหน้าหงอน เวลามันถอยติดสังเวียนมันมักจะไม่ค่อยย้ายตัวมันออกชอบพิงสังเวียนปล่อยให้ คู่ต่อสู้ ตีอยู่เสมอ ตอนฝึกตนได้ใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีไอ้เต่าเวลามันพิงสังเวียนพอไอ้เต่ารู้สึก เจ็บมันก็จ ำว่าเวลามันพิงมันจะถูกตีหลังจากนั้นไอ้เต่าเลยไม่พิงสังเวียนอีกหลังจาก นั้นได้นำมั นเดินสายตีไปยัง จังหวัดลำปาง ในสมัยนั้นบ่อนที่ดังที่สุดคงจะไม่สนามชนไก่บ้านพระบาท จ.ลำปาง และได้ประกบตีกันที่เดิมพัน110,000บาท ชนกับไก่ลำพูนซึ่งเป็นไก่ป่าก๋อย และไอ้เต่าก็ไม่ทำให้ตนต้องผิดหวังชนะ2อันกะหน่อย

    การเลี้ยงไก่พม่า
                เทคนิคการเลี้ยงไก่สายเลือดพม่านั้น เป็น ที่ยอมรับกันในทุกวันนี้ว่า ไก่ที่เลี้ยงออกชนกันตามสนามต่างๆ ทั่ว ประเทศ เป็นไก่ลูกผสมและมีสายเลือดไก่พม่าเกิน 50 %ด้วยกัน ส่วนจะมีเลือดพม่ามากแค่ไหนนั้น บ้างน้อยบ้างมากก็แล้วแต่สูตรของใครของมันว่ากันไป บางคนก็มีสายเลือดพม่าเกิน 50%ขึ้นไปซึ่งส่วนมากจะเก่ง บางคนต่ำกว่า 50 %ลงมา การเลี้ยงไก่พม่าบางตัวก็ดูไม่รู้ว่าเป็นไก่ไทยแท้หรือลูกผสมกันแน่ ไก่พม่าหรือไก่สายเลือดพม่าเดิมทีก็เล่นกันทางภาคเหนือของประเทศ ไทยซะเป็นส่วนใหญ่ เท่าที่ผมรู้เขาเลี้ยงกันไม่นาน ปล้ำ 2-3 ครั้งก็นำออกชนกันแล้ว ไม่ปล้ำมากอันเพราะจะทำให้ไก่ซ้ำ เหมือนการเลี้ยงไก่ทางภาคกลาง กว่าจะออกชนต้องปล้ำไม่น้อยกว่า 8-9 อันขึ้น การเลี้ยงไก่พม่าทางภาคเหนือเขาเลี้ยงกันไม่นานก็ออกชน กะให้แข็งในสังเวียน พอตีไปได้1-2 เที่ยว ไก่ก็เริ่มแข็งและตีราคาแพงได้ ดังนั้นการเลี้ยงไก่พม่าหนุ่มๆ จึงมีสถิติชนะหลายไฟท์ติดต่อกัน เท่า ที่สอบถามคนเลี้ยงไก่พม่าดู เขาบอกว่าถ้าเลี้ยงนานหรือปล้ำมากมันจะ กรอบ ยิ่งฟิตซ้อมหนักจะทำให้ เนื้อตัวของมันตึง ไม่ค่อยตีไก่ ซึ่งตอนแรกๆ ผมก็ไม่เชื่อ แต่จากการเลี้ยงไก่พม่ามาหลายตัว ปรากฏว่าไก่พม่า ตัวที่มีฝีตีนดีๆ พอฟิตจัดเข้ามันจะไม่ค่อยตีไก่ พอปล่อยให้เดินกรง เล่นฝุ่นเล่นดิน จับมาปล้ำใหม่ ปรากฏว่ากลับ ตีดีเหมือนเดิม ซึ่งผมได้ทดลองหลายครั้งหลายตัวก็มีผลคล้ายกัน ดังนั้นเทคนิคการเลี้ยงไก่พม่า ควรทำดังนี้
    1. การออกกำลังกาย ควรให้ปฏิบัติดังนี้ - บินกล่อง - วิ่งสุ่ม - ปล่อยกรงกว้างๆ และมีคอนให้บิน แต่อย่าให้สูงมากนัก 
    2. การลงนวม ต้องดูนิสัยไก่ บางตัวไม่ชอบและไม่ควรลงนวมบ่อย ให้เหมาะสมควร 7-10 วันต่อครั้ง 
    3. การล่อ ต้องดูนิสัยไก่ หากไม่จำเป็นจริงๆ เช่นออกกำลังโดยวิธีอื่นไม่เอา จึงค่อยใช้วิธีล่อ เพราะไก่พม่า ไม่ชอบให้คู่ต่อสู้อยู่สูงกว่า 
    4. การลงขมิ้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ควรลง อาจจะลงครั้งแรกทั้งตัวสัก 1 ครั้ง ก็น่าจะพอ หลังจากนั้น หากยังอยากลงก็ควรทาเฉพาะใบหน้าและหน้าอกก็พอ นอกจากนี้มีข้อควรจำสำหรับการเลี้ยงไก่พม่า หรือไก่ที่มีสายเลือดพม่าตั้งแต่ 50 % ขึ้นไปคือ 1. อย่าปล้ำหรือลงนวมกับคู่ต่อสู้ที่เป็นไก่ถ่าย เพราะหากมันถูกตีเจ็บมันจะเข็ดและพาลดีดไก่ไปเลย 2. อย่าปล้ำหรือซ้อมคู่มากเกินไป 5-6 ยก ก็น่าจะพอ โดยครั้งแรกหาคู่ต่อสู้ใหม่ๆ เหมือนกัน ผิวพรรณดีกว่า อย่าหาญตี มิฉะนั้นอาจต้องมานั่งเสียใจ 3. ไก่พม่า ถ้าหัวปีกเริ่มโรย หรือขนปีกเคลื่อนขยายหรือเริ่มถ่าย หรือขนหมดมัน ไม่ควรนำออกตี เพราะมันจะอยู่ในช่วงเริ่มหลุดถ่าย ใจน้อย และหนีง่าย 
    4. ไก่พม่า เวลาซ้อมหากเจอคู่ต่อสู้ตีตัว ตีเข้าหน้าอุดสามเหลี่ยมและหนอกคอ ควรรีบจับยอม มิฉะนั้นคราวต่อไปมันจะเข็ดและดีดไก่ เพราะแผลฝาก 
    5. การเล่นไก่พม่า ควรเล่นในช่วงที่มันกำลังสดและมีอายุชนขวบแล้วดีที่สุด เพราะจิตใจมันจะ มั่นคงกว่าตอนที่เป็นหนุ่ม 8-9 เดือน ไก่พม่าหลักๆก็มีเท่านี้แหละครับ